ข่าวทั่วไป/ประวัติมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 
 



 

 
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 โดย นายสุบิน ปิ่นขยัน ซึ่ง เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม ออกใบอนุญาตจัดตั้งในนามของ วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ว.ภ.น.) หรือ North Eastern College (N.E.C.)
 
 
 
 
ผู้ริเริ่มในการก่อตั้งซึ่งได้รับอนุมัติเป็น ผู้รับใบอนุญาต คือ ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ พร้อมด้วยความสนับสนุนของ ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ซึ่ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสภาวิทยาลัยในขณะนั้นจึงถือว่าบุคคลทั้งสองเป็น ผู้ให้กำเนิดแก่สถาบันการศึกษาแห่งนี้ เปรียบเสมือนเป็นผู้เปิดโอกาสทางการศึกษาและสัมมาชีพในระดับสูงให้แก่ กุลบุตรกุลธิดาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีทางเลือกในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
 
 
 
 
 
 
วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มก่อตั้งโดยการแนะนำของคณะที่ปรึกษา ซึ่งเป็นทั้งนักวิชาการและนักบริหาร โดยได้เตรียมการก่อตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เริ่มปรับพื้นที่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ห่างจากขอบถนนมิตรภาพประมาณ 200 เมตร บนเนื้อที่ 47 ไร่ 3 งาน 51.1 ตารางวา  ได้วางศิลาฤกษ์อาคารบริหาร ซึ่งปัจจุบันคือ อาคารสำนักงานอธิการบดี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 แล้วลงมือก่อสร้างและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ รวมเป็นเงินลงทุนระยะเริ่มต้น จำนวน 90 ล้านบาท
 
 
 
คณะผู้ดำเนินการก่อตั้งวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับความกรุณาอย่างยิ่งจากคณะกรรมการที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากที่ได้ให้ข้อเสนอแนะและให้ความช่วยเหลือจนกระทั่ง สามารถดำเนินการก่อตั้งได้ตามกำหนดเวลาซึ่งในวันรับมอบใบอนุญาตก่อตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้กล่าวคำปราศรัยในตอนหนึ่งว่า  ทบวงมหาวิทยาลัยขอต้อนรับวิทยาลัยเอกชนแห่งที่ 25 และขอชมเชยที่วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่ สามารถยื่นเรื่องขอจัดตั้งเสร็จ ในระยะเวลาที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนดคือภายในระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพร้อมในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก เช่น ด้านเงินทุน ที่ดิน และทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งผู้ขอจัดตั้งรายอื่นน่าที่จะยึดเป็นแบบอย่างได้
 
 
 
ด้วยผลงานการพัฒนาวิทยาลัยด้านต่างๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมในเรื่องการจัดการศึกษา ที่สามารถผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่มีคุณวุฒิ คุณธรรม และคุณภาพ วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภท จากวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern University : N.E.U.) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2542  โดยนายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยเป็นผู้ลงนาม ในใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
 
 
 
ปีการศึกษาที่เริ่มทำการเปิดการสอน
 
 
 
 
 
 2531
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต 4 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการเงินการธนาคาร และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
 
   
 2532
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตร 4 ปี (วศ.บ.) และหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี (อส.บ.)
 
   
 2533
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี ในสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา และในปี 2537 เปิดสอนสาขาวิชาการหนังสือพิมพ์
 
   
 2535
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ?หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต? ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจทั่วไป (บธ.ม.หรือ M.B.A.)
 
   
 2540
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดสอนวิชาด้านกฎหมาย หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
 
   
 2541
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เพิ่มอีกหนึ่งสาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
 
   
 2543
 
ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตเพิ่มอีกหนึ่งสาขาวิชา คือ สาขาวิชาการจัดการ และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตเพิ่มอีกหนึ่งสาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.วค.) สำหรับผู้ที่ต้องการคุณวุฒิด้านวิชาการศึกษา (วิชาชีพครู)
 
   
 2544
 
มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะ เศรษฐศาสตร์และเปิดสอนหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เปิดสอนเพิ่มอีกหนึ่งสาขาคือสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าหลักสูตร เทียบเรียนและบัณฑิตวิทยาลัย ได้เปิดสอน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม.หรือ M.P.A.) โดยได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย
 
   
 2545
 
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ได้จัดตั้ง คณะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดสอนหลักสูตรวิทยาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และบัณฑิตวิทยาลัย ได้เปิดสอนหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา โดยได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย
 
   
 2546
 
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ลงนามความร่วมมือกับ Merray State University ประเทศสหรัฐอเมริกาใน การตกลงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ บุคลากร และการให้ทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โทและ เอก นอกจากนั้นมีการจัดศูนย์ภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่มีความสนใจด้วย
 
   
2547
 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ดำเนินการ เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ หลักสูตร 4 ปี โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 
   
2550
 
คณะบัณฑิตวิทยาลัยได้ดำเนินการ เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) หลักสูตร 1 ปี โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้พิจารณารับทราบการให้ความเห็นชอบหลัก สูตร
 
   
2551
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ให้การรับรองมหาวิทยาลัยภาคตะวันออก เฉียงเหนือ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะเพื่อจะทำการสอน เพื่อให้ปริญญาในชั้นปริญญาเอก และคณะบัณฑิตวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดสอนระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา และหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต หลักสูตร 3 ปี
 
   
2552
 
สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Sc) และวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (D.Sc) สาขาวิชา การจัดการธุรกิจบริการระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับทราบหลักสูตรทั้งสองหลักสูตรแล้ว และมีศูนย์ประสานงานวิชาการมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สีลมคอมเพล็กซ์ กรุงเทพมหานคร
 
   
2553
 
สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับทราบหลักสูตรแล้ว และได้จัดตั้ง คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี
 
   
2554
 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ดำเนินการเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หลักสูตร 4 ปี โดยได้รับการรับทราบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 
   
2557
 
คณะบัณฑิตวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดสอนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และระดับปริญญาเอก หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (D.P.A.) โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 
   
2558
 
คณะบัณฑิตวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอน และระดับปริญญาตรี หลักสูตรบัญชีบัณฑิต โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 
   
2559
 
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดตั้งคณะใหม่ 1 คณะ คือ คณะศึกษาศาสตร์ และมีการควบรวมคณะจากเดิม 8 คณะ ควบรวมเหลือ 4 คณะ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ, คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ และได้ดำเนินการเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
 
 
 
 
 
 
 
 

                มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดเตรียมเครื่องอำนวยความสะดวกสบายเพื่อให้บริการแก่คณาจารย์และนักศึกษา เช่น การจัดห้องเรียนให้เป็นห้องปรับอากาศทุกห้อง พร้อมทั้งปัจจัยเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์ เช่น จัดให้มีห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้นักศึกษาได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอย่างไม่มีข้อจำกัด ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมศาสตร์ ห้องปฏิบัติการนิเทศศาสตร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดตั้งศาลจำลองขึ้นเพื่อให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์จริงจากการเรียน ยิ่งไปกว่านั้น  เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2541 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ในการให้ความสนับสนุนบุคลากร คณาจารย์ และผู้บริหารด้านการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการ ด้านงานวิจัยและการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลด้านการประชุมสัมมนาและส่งเสริมงานวิชาการต่อกัน

 

 

                ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของผู้ก่อตั้งและการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งพัฒนาวิชาชีพและวิชาการให้มีความเจริญก้าวหน้าให้ทันโลกทันสมัยเพื่อยกระดับขึ้นไปเป็นสถาบันการศึกษาในระดับสากลในโอกาสต่อไป พร้อมทั้งผดุงไว้และสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่นโดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้จะเป็นสถาบันเอกชนอันดับหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สามารถผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศด้าน คุณวุฒิ คุณธรรม คุณภาพ และเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพอันสูงส่ง อันจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าเท่าทันอารยประเทศในยุคโลกาภิวัตน์ต่อไป

อ่าน : 385ข่าวจาก : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วันที่ : 19 ม.ค. 2562, 11:44

Link อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง